ลูกค้าสัมพันธ์ 1602
ADVICE IT INFINITE CO., LTD.
เข้าชม 5 ครั้ง

S/P IPHONE 11 Pro 256GB Space Grey

iPhone 11 PRO 256GB

  • ขับเคลื่อนด้วยชิบประมวลผลสุดทรงพลังที่เร็วแรงที่สุดในยุคปัจจุบัน A13 Bionic 
  • ยกระดับหน่วยความจำเป็น 256GB
  • กล้องไวด์ ทางยาวโฟกัส 26 มม. รูรับแสงขนาด ƒ/1.8 ชุดเลนส์ 6 ชิ้น ระบบป้องกันภาพสั่นไหวแบบออปติคอล Focus Pixels 100% เซ็นเซอร์ความละเอียด 12MP ใหม่
  • กล้องอัลตร้าไวด์ ทางยาวโฟกัส 13 มม. รูรับแสงขนาด ƒ/2.4 ชุดเลนส์ 5 ชิ้น มุมมองภาพ 120° เก็บภาพได้กว้างขึ้น 4 เท่า เซ็นเซอร์ความละเอียด 12MP
  • กล้องเทเลโฟโต้ ทางยาวโฟกัส 52 มม. รูรับแสงขนาดใหญ่ขึ้นเป็น ƒ/2.0 ชุดเลนส์ 6 ชิ้น ระบบป้องกันภาพสั่นไหวแบบออปติคอล ซูมออปติคอลได้ 2 เท่า เซ็นเซอร์ความละเอียด 12MP
  • บันทึกวิดีโอระดับ 4K ที่ 24 fps, 30 fps หรือ 60 fps เก็บทุกรายละเอียดด้วยความคมชัด
  • งดงาม สมจริงในทุกเฉดสี ด้วยหน้าจอระดับพระกาฬ Super Retina XDR ที่สุดแห่งเทคโนโลยีจอภาพ
  • แบตเตอรี่สุดอึด ถึก ทน ด้วยระยะการใช้งานที่ยาวนานกว่า iPhone XS ถึง 5 ชั่วโมง !
  • ดูแต่ตา นิ้วไม่ต้อง Face ID ทั้งง่ายกว่าและปลอดภัยกว่า Touch ID
  • ระบบเสียงสมจริงรอบทิศทาง มอบประสบการณ์การฟังแบบเต็มอิ่มสมจริงทุกทิศทางที่จำลองมาเพื่อคุณ
  • ทนน้ำได้ลึกเป็นสองเท่า ด้วยความลึกถึง 4เมตร นานสูงสุด 30 นาที  ด้วยมาตรฐาน IP68
ประกัน - การันตี 20 วัน

S/P IPHONE 11 Pro 256GB Space Grey

รายละเอียดสินค้า


เทิร์น Pro แล้ววันนี้
ระบบสามกล้องที่ปฏิวัติมาใหม่มาพร้อมกับความสามารถมากมาย ที่ถึงจะใหม่แต่รับรองว่าไม่มีอะไรซับซ้อน ในส่วนของแบตเตอรี่ ก็ใช้งานได้นานขึ้นแบบก้าวกระโดดอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน ทั้งยังมาพร้อมชิพแรงสุดขั้วที่จะยกระดับการเรียนรู้ของระบบไปอีกขั้น และขยายขอบเขตความเป็นไปได้ให้กับสมาร์ทโฟน ขอแนะนำให้รู้จักกับ iPhone รุ่นแรกที่ทรงพลังสมชื่อ Pro

 


ระบบกล้องระดับโปร สองดีกว่าหนึ่ง แต่สามดีที่สุด
ครั้งแรกกับระบบสามกล้องที่นำเทคโนโลยีสุดล้ำมารวมกับความเรียบง่ายอันเป็นเอกลักษณ์ของ iPhone สิ่งที่ได้คือ คุณจะเก็บภาพได้กว้างขึ้นสูงสุด 4 เท่าและถ่ายภาพได้สวยงามแม้ในที่ที่มีแสงน้อยลงมากๆ ทั้งยังถ่ายวิดีโอที่มีคุณภาพสูงสุดในสมาร์ทโฟนแล้วปรับแต่งด้วยเครื่องมือชุดเดียวกันกับที่คุณใช้ปรับแต่งรูปถ่ายได้ด้วย บอกเลยว่าไม่เหมือนกล้องไหนๆ ที่คุณเคยถ่ายมาแน่นอน

 


กล้องอัลตร้าไวด์
ทางยาวโฟกัส 13 มม. รูรับแสงขนาด ƒ/2.4 ชุดเลนส์ 5 ชิ้น มุมมองภาพ 120° เก็บภาพได้กว้างขึ้น 4 เท่า เซ็นเซอร์ความละเอียด 12MP

 


กล้องไวด์
ทางยาวโฟกัส 26 มม. รูรับแสงขนาด ƒ/1.8 ชุดเลนส์ 6 ชิ้น ระบบป้องกันภาพสั่นไหวแบบออปติคอล Focus Pixels 100% เซ็นเซอร์ความละเอียด 12MP ใหม่

 


กล้องเทเลโฟโต้
ทางยาวโฟกัส 52 มม. รูรับแสงขนาดใหญ่ขึ้นเป็น ƒ/2.0 ชุดเลนส์ 6 ชิ้น ระบบป้องกันภาพสั่นไหวแบบออปติคอล ซูมออปติคอลได้ 2 เท่า เซ็นเซอร์ความละเอียด 12MP

 



เทเลโฟโต้

 



ไวด์

 



อัลตร้าไวด์

 



อินเทอร์เฟซที่สวยงามเต็มตา เราใช้ประโยชน์จากมุมมองภาพที่กว้างขึ้นเพื่อให้คุณเห็นสิ่งที่อยู่นอกเฟรม จากนั้นเพียงแค่แตะก็สามารถเก็บภาพนั้นได้ทันที ที่สำคัญแทบไม่มีอะไรมาขวางระหว่างคุณกับสิ่งที่คุณถ่าย จึงไม่แปลกถ้าคุณจะรู้สึกเหมือนเป็นส่วนหนึ่งของภาพที่อยู่ตรงหน้า

 

      

โหมดกลางคืนเมื่อเทคโนโลยีที่ล้ำมากมาเจอกับสภาวะแสงน้อย
โหมดกลางคืนใหม่ใช้ซอฟต์แวร์อันชาญฉลาดร่วมกับชิพ A13 Bionic เพื่อให้คุณถ่ายภาพ ในสภาวะแสงน้อยอย่างที่ไม่เคยทำได้มาก่อนบน iPhone ตั้งแต่ร้านอาหารไฟสลัวจนถึงชายหาดใต้แสงจันทร์ และทั้งหมดนี้ยังเกิดขึ้นโดยอัตโนมัติ นอกจากนี้คุณยังสามารถทดลองปรับค่าต่างๆ ได้ด้วยตัวเองเพื่อเผยให้เห็นรายละเอียดมากขึ้นและลดนอยซ์ให้น้อยลงไปอีก

 



โหมดภาพถ่ายบุคคลภาพถ่ายบุคคลที่ทรงพลังมากขึ้น
เมื่อกล้องทั้งสามทำงานร่วมกัน คุณก็สามารถใส่อะไรต่อมิอะไรเข้ามาในภาพถ่ายบุคคลได้มากยิ่งกว่าที่เคย และ iOS 13 ยังเพิ่มเอฟเฟ็กต์แสงไฟขาวดำไฮคีย์ที่ให้คุณถ่ายภาพขาวดำ ในสไตล์สตูดิโอ ส่วนคุณสมบัติ "การจัดแสงภาพถ่ายบุคคล" ก็ให้คุณควบคุมความเข้มของแสงเพื่อเน้นความงามของคนในภาพได้เหมือนกับในสตูดิโอ แค่นี้ก็รู้แล้วว่าสวยแน่

 



HDR อัจฉริยะใครว่ารูปของคุณจะดูดีกว่านี้ไม่ได้
HDR อัจฉริยะเจเนอเรชั่นถัดไปใช้อัลกอริทึมอันล้ำสมัยเพื่อเนรมิตรายละเอียดส่วนไฮไลท์และเงามืดในภาพของคุณให้สวยขึ้นทันตา และวันนี้ยังใช้ประโยชน์จากการเรียนรู้ของระบบเพื่อหาใบหน้าในภาพแล้วเพิ่มความสว่างให้กับใบหน้านั้นอย่างชาญฉลาด นั่นหมายความว่า iPhone 11 Pro สามารถปรับรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ทั้งตัวคนและฉากหลังให้คุณโดยอัตโนมัติ ซึ่งเป็นสิ่งที่แม้แต่กล้อง DSLRบางรุ่นยังทำไม่ได้เลยด้วยซ้ำ

 



จอภาพระดับโปร Super Retina XDR คอนทราสต์คมๆ ที่คอนทราสต์กับทุกอย่าง
จอภาพ Super Retina XDR ไม่ได้มาพร้อมความสว่างที่สูงสุดเป็นประวัติการณ์แค่เพียงหนึ่งระดับ แต่มีถึงสอง และยังรู้ด้วยว่าควรใช้แต่ละระดับเมื่อไหร่ โดยความสว่างจะเพิ่มขึ้นสูงสุดเป็น 800 นิตเมื่ออยู่กลางแดด ซึ่งช่วยได้มากเมื่อคุณต้องเลือกรูปทันทีหลังถ่ายเสร็จ และจะเพิ่มความสว่างขึ้นสูงสุดเป็น 1,200 นิต เมื่อคุณดูคอนเทนต์ระดับ Extreme Dynamic Range เรียกว่าเหมือนกับมี Pro Display XDR อยู่บน iPhone ยังไงยังงั้น

 



ประสิทธิภาพระดับโปรชิพที่ล้ำหน้าสุดๆจนเราเองยังตามแทบไม่ทัน
เราสร้างชิพ A13 Bionic ขึ้นในแบบของเราเองโดยโฟกัสที่เรื่องการเรียนรู้ของระบบในทุกๆ ส่วนของชิพ เพื่อให้คุณได้สัมผัสกับประสบการณ์ที่ไม่สามารถหาได้จากสมาร์ทโฟนไหนๆ ซึ่งถ้าว่ากันตามตรงแล้วต้องบอกเลยว่าทั้งเร็ว ทรงพลัง และฉลาดกว่าชิพอื่นๆ หลายขุม เรียกว่านำหน้าไปค่อนข้างไกลเลยล่ะ

 



Fusion แบบ 64 บิต
คอร์ประมวลผลการทำงานจัดการกับงานที่สลับซับซ้อนได้เร็วยิ่งกว่าที่เคย ในขณะที่คอร์ประหยัดพลังงานแบบเฉพาะรับมือกับงานทั่วไปในชีวิตประจำวัน
ผลที่ได้คือแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้นานขึ้นแบบก้าวกระโดด

CPU เร็วที่สุด ในสมาร์ทโฟน
คอร์ประมวลผลการทำงานทั้ง 2 คอร์ของ CPU เร็วขึ้นสูงสุด 20% และใช้พลังงานน้อยลงสูงสุด 30%ในขณะที่คอร์ประหยัดพลังงาน
ทั้ง 4 คอร์เร็วขึ้นสูงสุด 20%และใช้พลังงานน้อยลงสูงสุด 40%

GPU เร็วที่สุด
GPU ที่ออกแบบโดย Apple นั้นเร็วขึ้นสูงสุด 20% และใช้พลังงานน้อยลงสูงสุด 40% ซึ่งเหมาะสำหรับการเล่นเกมที่ต้องการประสิทธิภาพสูงและประสบการณ์ AR แบบล่าสุด

Neural Engine
Neural Engine แบบ 8 คอร์ ที่ออกแบบโดย Apple นั้นเร็วขึ้นสูงสุด 20% และใช้พลังงานน้อยลง สูงสุด 15% เรียกว่าเป็นขุมพลังในเบื้องหลังที่ขับเคลื่อนทั้งระบบสามกล้อง, Face ID, แอพ ARและอีกมากมาย

การเรียนรู้ของระบบ
ตัวเร่งความเร็วใหม่ด้านการเรียนรู้ ของระบบทั้งสองตัวบน CPU ช่วยให้การคำนวณทางคณิตศาสตร์ แบบเมทริกซ์เร็วขึ้นถึง 6 เท่า ทำให้ CPU สามารถดำเนินการต่างๆ ได้มากกว่า 1 ล้านล้านรายการต่อวินาทีี

Core ML 3 เพื่อการเรียนรู้ของระบบในแอปต่างๆ
Core ML 3 ทำงานร่วมกับตัวควบคุมด้านการเรียนรู้ของระบบเพื่อส่งงานต่างๆ ไปยัง CPU, GPUหรือ Neural Engine โดยอัตโนมัติเพื่อช่วยให้นักพัฒนาใช้ประโยชน์จากขุมพลังด้านการเรียนรู้ของระบบในชิพ A13 Bionic ได้อย่างเต็มที่

 



ถ้าแบตเตอรี่อึดเพิ่มอีกซักชั่วโมงก็คงดีแต่นี่เอาไปเลยห้าชั่วโมง นี่คือระยะเวลาการใช้งานแบตเตอรี่ที่เพิ่มขึ้นแบบก้าวกระโดดที่สุดของเรา

 



สาดมาเลย สบายมาก iPhone ที่ทนน้ำได้มากที่สุดเท่าที่เคยมีมาของเรา

ที่ระดับ IP68
ทนน้ำถึงระดับความลึก 4 เมตร ภายในระยะเวลาสูงสุด 30 นาที

ทนน้ำที่หกใส่
อย่างของเหลวทั่วไปเช่น กาแฟ ชา และน้ำอัดลม

ทนฝุ่น
ด้วยการปิดผนึกอย่างแม่นยำ

 



มูลค่าการแลกที่ ดีเยี่ยม นี่แหละ การตัดสินใจที่คุ้มค่า

iPhone 11 Pro ได้รับการออกแบบมาให้ทนทาน จึงคงมูลค่าได้ยาวนานกว่า หากถึงวันที่คุณต้องบอกลาเครื่องเดิมแล้วคุณก็สามารถนำมูลค่าของเครื่องนั้นไปใช้ซื้อ iPhone เครื่องต่อไปได้ นอกจากนี้ Apple Trade In ยังจะหาบ้านใหม่ให้กับโทรศัพท์ของคุณด้วย เพราะนี่คือวิธีรีไซเคิลที่ดีที่สุด และเมื่อสิ้นสุดอายุการใช้งานจริงๆ เราก็จะใช้หุ่นยนต์แยกชิ้นส่วนสุดล้ำเพื่อรีไซเคิลทุกส่วนประกอบของเครื่องเท่าที่จะทำได้

 


 

 

 

 

 

อ้างอิงจาก : https://www.apple.com

คุณสมบัติ

Brand APPLE
Model

IPHONE 11 PRO 256GB. (TH,Space Grey )

Processor

ชิพ A13 Bionic Neural Engine รุ่นที่ 3

Rom

256GB

Display

- Super Retina XDR display
- 5.8-inch (diagonal) all-screen OLED Multi-Touch display
- HDR display
- 2,000,000:1 contrast ratio (typical)

Resolution

2436-by-1125-pixel resolution at 458 ppi

Front Camera

TrueDepth Camer 12MP ƒ/2.2 aperture

Back Camera

Triple 12MP Ultra Wide, Wide, and Telephoto cameras
Ultra Wide: ƒ/2.4 aperture and 120° field of view
Wide: ƒ/1.8 aperture
Telephoto: ƒ/2.0 aperture
100% Focus Pixels (Wide)
Auto Adjustments
Night mode

I/O Interfaces

Lightning

Audio

Audio Calling
- FaceTime audio
- Voice over LTE (VoLTE)
- Wi-Fi calling

Audio Playback
- Spatial audio playback
- User-configurable maximum volume limit
- Audio formats supported: AAC-LC, HE-AAC, HE-AAC v2, Protected AAC, MP3, Linear PCM, Apple Lossless, FLAC, Dolby Digital (AC-3), Dolby Digital Plus (E-AC-3), Dolby Atmos, and Audible (formats 2, 3, 4, Audible Enhanced Audio, AAX, and AAX+)

Network

- Gigabit-class LTE with 4x4 MIMO and LAA
- 802.11ax Wi-Fi 6 with 2x2 MIMO

Bluetooth

Bluetooth 5.0 wireless technology

Sensor

- Face ID
- Barometer
- Three-axis gyro
- Accelerometer
- Proximity sensor
- Ambient light sensor

ระบบแผนที่ดาวเทียม (GPS)

GPS/GNSS ในตัว

Operating System

iOS 13

Battery

Lasts up to 4 hours longer than iPhone XS

Video playback
Up to 18 hours

Video playback (streamed)
Up to 11 hours

Audio playback
Up to 65 hours

Both models
Built-in rechargeable lithium-ion battery

Fast-charge capable
Up to 50% charge in around 30 minutes with 18W adapter or higher

SIM

Dual SIM (nano-SIM and eSIM)

Function calls.

Siri AI
- Use your voice to send messages, set reminders, and more
- Activate hands-free with only your voice using “Hey Siri”
- Use your voice to run shortcuts from your favorite apps
- Get intelligent suggestions on your Lock screen and in Messages, Mail, QuickType, and more

-

Operating ambient temperature: 

32° to 95° F (0° to 35° C)

Nonoperating temperature: 

-4° to 113° F (-20° to 45° C)

Relative humidity: 

5% to 95% noncondensing

Operating altitude: 

tested up to 10,000 feet (3000 m)

Package contents

- iPhone with iOS 13
- EarPods with Lightning Connector
- USB-C to Lightning Cable
- 18W USB-C Power Adapter
- Documentation

Dimension (W x D x H) : 7.14 x 14.40 x 0.81 cm
Net Weight 0.18 KG
เข้าชม 5 ครั้ง